3 เคล็ดลับ! ผิวหน้าสุขภาพดี จาก "มะเขือเทศ"

พฤศจิกายน 26, 2563

      ประโยชน์ดีๆ ของมะเขือเทศ ในการดูแลผิวหน้า ด้วย 3 เคล็ดลับ ดังต่อไปนี้ค่ะ   

1. เคล็ดลับ  เผยผิวกระจ่างใส

นำมะเขือเทศลูกใหญ่หั่นเป็นชิ้นหนาหน่อยนะคะ เสร็จแล้วนำไปคลุกกับน้ำตาลทราย ต่อด้วยนำมาวางให้ทั่วหน้า ทิ้งไว้สักครู่ หรือ 15 - 30 นาที แล้วล้างหน้าปกติ สูตรนี้ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า ช่วยเผยเซลล์ผิวหน้าใหม่ที่ดูกระจ่างใสยิ่งขึ้นค่ะ 


2. เคล็ดลับ กระชับรูขุมขน

นำมะเขือเทศมาคั้นเอาเฉพาะน้ำ นำไปผสมกับน้ำมะนาวอีกนิดหน่อย จากนั้นนำมาทาหน้าทิ้งไว้สักครู่ หรือ 15 - 30 นาที แล้วใช้น้ำอุ่นล้างออก แล้วล้างตามด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง สูตรนี้ช่วยให้รูขุมขนที่เปิดกว้างกระชับเต่งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ


3. เคล็ดลับ ชะลอริ้วรอย
นำมะเขือเทศผสมเข้ากับแป้งรั่ม คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้จนแห้ง แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า สูตรนี้ถ้าหมั่่นทำเป็นประจำสม่ำเสมอแล้ว รับรองว่าเราจะได้ผิวหน้าเต่งตึง และสดในขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอนค่ะ


     3 สูตร ง่ายๆ ไม่เยอะ!! ทุกอย่างหาง่าย และใกล้ตัวจริงๆ ค่ะ อย่าลืมทำเป็นประจำเพื่อความสวยจะอยู่คู่เราไปนานๆ ค่ะ




น้ำมะเขือเทศ ช่วยลดความดัน

พฤศจิกายน 25, 2563
    

      > มะเขือเทศ มีดี อีกแล้วค่ะ<

ในการประชุมแพทย์ที่อเมริกา นายแพทย์ต่างลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ไม่ต้องกังวลมากอีกแล้ว

     เพียงแต่ทุกเช้า และก่อนนอน ให้ดื่มน้ำมะเขือเทศครั้งละ 1 แก้วก็พอ หากว่าน้ำมะเขือเทศจะมีรสเฝื่อนควรผสมกับน้ำผลไม้รสอื่นๆ ด้วยก็ได้ (แต่อย่าให้รสหวานมาไปนะคะ)

        แค่นี้เอง ไม่ยากใช่มั้ยล่ะ แถมน้ำมะเขือเทศยังช่วยในเรื่องผิวพรรณอีกด้วยค่ะ

ยังมีเรื่องราวที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย ใน "สาระ1000เรื่อง"  >>>

เมื่อรองเท้าหนังเปียกน้ำ มีเคล็บลับง่ายๆ มาบอก



          เมื่อรองเท้าหนังคู่เก่ง "เปียกน้ำ" จะแก้ไขอย่างไร?
 
อันดับแรกไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง คือ เอารองเท้าไปอังไฟ เพราะจะทำให้เนื้อของหนังแตก และแข็งกระด้าง  มาดูวิธีง่ายๆ กันค่ะ

     @  ให้นำกระดาษหนังสือพิมพ์ยัดรองเท้าให้เต็ม แล้วทิ้งค้างคืน พอวันรุ่งขึ้นรองเท้าก็จะแห้งดี
     @  ถ้าเป็นเสื้อผ้าประเภทที่เย็บด้วยหนังล่ะ หากเปียกชื้นให้แขวนทิ้งไว้ให้แห้งเท่านั้นค่ะ 
  
เป็นวิธีที่ง่ายแสนง่าย ไม่มีอะไรยุ่งยากเลยใช่มั้ยละ  ติดตามเราได้ใหม่ใน "สาระ1000เรื่อง" เร็วๆ นี้


       

Banana Pancake / แพนเค้กกล้วยหอม ไร้แป้ง

กรกฎาคม 30, 2563

      ตื่นเช้าก่อนออกจากบ้านไปทำงาน ทำอาหารเช้าง่ายๆ ทานก่อนค่ะ

 ส่วนผสม
  1. กล้วยหอมสุก
  2. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  3. น้ำผึ้ง (โรยหน้า)
  4. อัลมอนด์ (โรยหน้า)

     นำกล้วยหอมมาขยี้ (เคล็ดลับ!! ใช้กล้วยไม่ต้องสุกมากอย่าขยี้จนเละ) แล้วผสมกับไข่ไก่คนให้เข้ากัน เสร็จทาน้ำมันบางๆ ก่อนใช้ไฟอ่อนสุดๆ รอจนเหลืองได้ที่ หรือตามที่ชอบแล้วค่อยพลิกอีกข้าง
เรียบร้อย แพนเค้ก ไร้แป้ง ทานแล้วไม่อ้วน  ^___^



ระดับน้ำท่วมแค่ไหน - ปลอดภัยเมื่อขับรถ

กรกฎาคม 30, 2563

   ฝนตก...น้ำท่วม!!  และแล้วก็เป็นอุปสรรคการเดินทาง ทั้งรถติด แถมน้ายังท่วมขังอีก ถ้าต้องขับรถลุยน้ำที่ท่วมขังแล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่ารถของเราจะไม่เป็นอะไร เรามีระดับความสูงของน้ำมาฝากกัน

     1. ระดับความสูงของน้ำ 10 - 30 เซนติเมตร
         ประมาณจากขอบฟุตบาท หรือประมาณตาตุ่ม ถึงกลางหน้าแข้ง รถเล็ก (เก๋ง,กระบะ) สามารถวิ่ง
         ได้ อาจได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมอยู่ที่ใต้ท้องรถ แต่ยังขับต่อไปได้เรื่อยๆ ไม่มีปัญหาอะไร

     2. ระดับความสูงของน้ำ 20 - 40 เซนติเมตร
         ประมาณขอบประตูรถของรถเก๋งทั่วไปที่มีระยะสูงจากพื้น 150 - 170 ม.ม. หรือประมาณหัวเข่า
         ถึงต้นขา ระดับนี้รถเก๋งไม่สามารถวิ่งได้แล้ว เพราะท่อไอเสียจะจมน้ำอยู่ตลอดเวลา แต่รถขนาด
         ใหญ่อย่าง รถเมล์, รถทหาร ยังสามารถวิ่งได้ ส่วนรถกระบะยังพอวิ่งได้

      3. ระดับความสูงของน้ำ 40 - 60 เซนติเมตร
          รถกระบะทั่วไปยังพอวิ่งได้ แต่ต้องระวังคลื่นน้ำสูงที่ลอยมากระทบตัวรถ และอาจเข้าไปในตัว
          เครื่องยนต์ได้ ระดับน้ำขนาดนี้ควรปิดระบบปรับอากาศขณะขับทุกครั้ง

      4. ระดับความสูงของน้ำ 60 - 80 เซนติเมตร

          ระดับนี้เป็นระดับที่อันตรายกับรถทุกประเภท เพราะน้ำอาจไหลเข้ากรองอากาศได้ง่าย หากน้ำ
          ไหลเข้ากรองอากาศแล้วจะทำให้เครื่องยนต์หยุดชะงัก และสร้างความเสียหายต่อระบบต่างๆ
          ของรถได้ หรือหากจำเป็นต้องขับลุยไป ควรหาอะไรมาปิดตัวถังด้านหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำ
          ไหลเข้ากรองอากาศ ที่สำคัญอย่าขับปะทะคลื่นโดยตรง ควรค่อยๆ ขับช้าๆ เพื่อไม่ให้เครื่องดับกะทันหัน

   จะให้ดีไม่ควรเสี่ยงจะดีกว่า แต่หากเลี่ยงไม่ได้หรือจำเป็นควรดูระดับของน้ำข้างต้น "สาระ1000เรื่อง"

"แก้วมังกร " กับประโยชน์สุดเจ๋ง

กรกฎาคม 29, 2563
   
 
       "แก้วมังกร" เป็นผลไม้ที่ใครหลายๆ ชื่นชอบ และรู้หรือไม่ว่าเป็นผลไม้ที่เป็นหนึ่งในรายชื่อ "ซุปเปอร์ฟู้ด" ว่ากันว่าคนรักสุขภาพ กับคนลดน้ำหนัก "ห้ามพลาด" เพราะอะไรน่ะหรือ เราได้นำประโยชน์สุดเจ๋ง ของแก้วมังกร มาบอกให้ได้รู้ทั่วกัน รับรองว่าจะต้องอยากรีบหามาทานแน่นอน!!

     แก้วมังกร ช่วยควบคุมน้ำตาลชั้นเยี่ยม!

จึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน แถมขึ้นชื่อว่าเป็นผลไม้ที่ให้ไฟเบอร์สูงปรี๊ด จึงเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยควบคุม เเละรักษาน้ำตาลในเลือด  เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อความปลอดภัยสหรับท่านที่เป็นโรคเบาหวานก่อนรับประทานขอคำเเนะนำของเเพทย์เจ้าไข้จะเป็นการดีที่สุดค่ะ

     สรรพคุณของแก้วมังกร ช่วยดับกระหายคลายร้อน
โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนคงไม่มีผลไม้ชนิดไหนจะดีเเละเพอร์เฟ็คไปกว่าเเก้วมังกรอีกเเล้วล่ะ นอกจากนี้เมล็ดสีดำของเเก้งมังกรยังมีประโยชน์ที่ดีเพราะเต็มไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัว สามารถต่อต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้เป็นอย่างดี ทั้งยังบรรเทาอาการร้อนในได้ดีมากๆ ทีเดียว

     ช่วยทำให้ผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่ง ชะลอวัยได้ดีเยี่ยม 
เพราะในแก้วมังกรมีวิตามิน และแร่ธาตุมากมาย เริ่มตั้งเเต่วิตามินบี1 2 3, วิตามินซี, โปรตีน, แคลเซียม, และฟอสฟอรัส, ธาตุเหล็ก ซึ่งเหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นต่อผิวพรรณของเราอย่างมาก ดังนั้นการรับประทานเเก้วมังกรจึงทำให้ผิวของเราดูสดใส สดชื่น ช่วยชะลอริ้วรอยที่เกิดก่อนวัยอันควรได้สารอนุมูลอิสระที่อยู่ภายในแก้วมังกรช่วยทำให้ผิวพรรณเต่งตึง และดูอ่อนเยาว์กว่าวัย  หรือใครสะดวกจะทำเป็นที่มาส์กหน้าเพื่อลดต้นเหตุของการเกิดสิว  ด้วยการฝานแก้วมังกรออกเป็นแผ่นบางๆ ก็ทำได้เช่นเดียวกันค่ะ 


      

อยากลดน้ำหนักต้องทาน!!
แก้วมังกรขนาดประมาณ 100กรัม ให้เเคลอรี่ เพียง 60 กรัม ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ให้พลังงานต่ำ เเถมน้ำตาลที่อยู่ในแก้วมังกรเป็นน้ำตาลกลุ่มน้ำตาลกลูโคส, ฟรุกโตส, เเละซูโครส  อีกทั้งยังพ่วงสารอาหารมาเเบบครบเครื่องเต็มที่เเบบสุดๆ ไปเลยค่ะ  แบบนี้จึงเหมาะสมกับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก  ใยอาหารที่มีอยู่ภายในเเก้วมังกรช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้องได้ยาวนาน กระตุ้นระบบการขับถ่าย หมดปัญหาเรื่องหน้าท้องโตเเพราะปัญหาท้องผูกไปได้ค่ะ

     แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่ดีต่อใจที่สุดแระ!!
สุดยอดประโยชน์เจ๋งๆ ที่ต้องบอกว่าไม่ลองทานนี่คือพลาดค่ะ ยังช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีในเลือด เเละยังเป็นการช่วยเพิ่มระดับคอเรสเตอรอลชนิดที่ดีให้แก่ร่างกาย เป็นผลไม้ที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวนั่นเป็นไขมันที่ดีต่อร่างกายต่อสุขภาพของเรานั่นเองค่ะ

     ประโยชน์สุดเจ๋งอื่นๆ
มีดังนี้ค่ะ ทานเเล้วช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย, ทานเเล้วช่วยบำรุงกระดูก, เเละฟันให้เเข็งเเรง ข้อนี้เป็นคุณค่าที่คู่ควรกับผู้สูงอายุทั้งหลายเลยค่ะ นอกจากนี้ยังเป็นตัวช่วยชั้นดีในการช่วยกระตุ้นการขับน้ำนมในสตรีภายหลังจากการคลอดบุตรได้อีกด้วยค่ะ

     สรรพคุณเด็ด!! ขนาดนี้ต้องหามาติดตู้เย้นไว้ทานให้ได้เเล้วค่ะ ไม่ว่าจะเราเลือกรับประทานทั้งที่เนื้อในเป็นสีเเดงเข้ม เเละชนิดที่เนื้อในเป็นสีขาว ยังไงก็ได้ประโยชน์ที่ดีไม่เเพ้กันเลย เพราะเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพไปเเบบไม่มีข้อเเม้กันเลยทีเดียว  ติดตาม "นานาสาระ - วาไรตี้" >>

6 นิสัย ที่ทำให้อ้วน

กรกฎาคม 29, 2563

    หากใครมีนิสัยตามนี้ เลิกซะ !! ก่อนที่ความอ้วนจะมาโดยไม่รู้ตัว


 1.  กินเร็ว   เวลาทานควรเคี้ยวอาหารคำละ 20 - 30 ครั้ง ก่อนกลืน

 2.  กินจุบจิบ  ไม่ควรซื้อขนมขับเคี้ยวติดไว้ที่โต๊ะทำงาน หรือที่บ้าน

 3.  กินเรียบ  ควรตักแต่พอดีทาน เน้นน้อยๆ ไม่อิ่มค่อยเติมทีหลังได้

 4.  อดมื้อเช้า มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมากๆ ควรทานให้ครบ 5 หมู่

 5.  อารมณ์ไหนก็กิน  หากหิวให้ทานเมื่อรู้สึกหิว ไม่ใช่แค่ใจอยาก

 6.  นอนดึก-ทานดึก  ควรนอนให้ได้อย่างน้อย คืนละ 8 ชั่วโมง

        เคล็ดลับปรับใหม่นะ...เพื่อหุ่นที่ดีกว่าเดิม  >>>>> ติดตามเราได้ใหม่ ใน สาระ1000เรื่อง ..

ส่องอาหาร - ทานแล้วไม่อ้วน!!

ขอเสนอ อาหารที่ทานแล้วไม่อ้วน

     เป็นส่วนหนึ่งในเมนูอาหาร ที่ทานแล้วไม่มีไขมันมากนัก จึงไม่ไปสะสม และไม่ไปเพิ่มน้ำหนักค่ะ


ประเภท ที่ 1 ต้ม  ต้มจืดตำลึง ต้มมะระยัดใส้ ต้มจืดวุ้นเส้น ต้มเลือดหมู แกงเลียง และแกงที่มีส่วนผสมผัก
   ประเภท ที่ 2   ยำ ยำรรวมมิตร ยำวุ้นเส้น ยำถั่วพลู หรือ ส้มตำต่างๆ ลาบหมู ฯลฯ

  ประเภท ที่ 3  นึ่ง  ปลากระพงนึ่ง ปลาหมึกนึ่งมะนาว ปลานึ่ง หรือไก่นึ่ง ฯลฯ อันนี้เป็นอาหารล้วนแล้วไม่มีไขมัน ทั้งสิ้น
   ถึงจะทานอาหารที่ไม่มีไขมัน แต่ก้อควรออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอ ก้อเป็นวิธีอีกวิธีที่จะช่วยไปเผาผลาญ ไขมันส่วนเกินที่สะสมในร่างกายของเราที่มาในรูปแบบต่างๆ ได้ค่ะ ทั้งยังทำให้สุขภาพแข็งแรงด้วยค่ะ
     

สูตรราดหน้า "วิธีทำให้อร่อย รสเด็ด"

มิถุนายน 16, 2563

"ราดหน้า"  เหมือนจะเป็นอะไรที่ทำได้ง่ายมากๆ แต่พอลองทำเองทีไรไม่เห็นอร่อยอย่างที่คิดเลยค่ะ วันนี้เราได้นำวิธีการทำยังไงให้อร่อยมาให้ลองทำตามกันดูค่ะ

เตรียมวัตถุดิบ

    1. หมูสันในหั่นชิ้นพอดีคำ ใช้ประมาณ 2 ขีด  หรือ ใช้เป็น  ไก่ กุ้ง ปลาหมึก เป็นต้น
    2.  ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ ใช้ประมาณ 3 ขีด
    3.  คะน้า หั่นพอดีคำ ใช้ประมาณ 2 – 3 ต้น
    4. เต้าเจี้ยวดำ/กระเทียม สับละเอียดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ
   5.  ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  6.  ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ
   7. น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
   8.  น้ำมันพืชประมาณ 1/4 ถ้วย
    9. แป้งข้าวโพดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
   10. พริกไทยป่น  และน้ำตาลทรายป่น  อย่างละ 1/2 ช้อนโต๊ะ
   11. น้ำซุป
   12. พริกชี้ฟ้าหั่นแว่น

วิธีทำ

  - ผสมซีอิ๊วขาว และน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน  นำหมู หรือเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปหมัก แล้วเติมพริกไทยป่นเล็กน้อย พร้อมนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เพื่อให้ซึมซับเข้าไปในเนื้อหมูให้ได้มากที่สุด

 - จากนั้นให้นำเส้นก๋วยเตี๋ยวคลี่ออกจากกันเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน  หั่นผักคะน้าเป็นท่อน ท่อนละประมาณ 1 1/2 นิ้ว โดยหั่นแบบโคนเฉียง หรือตามชอบค่ะ

 - นำกระทะขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ความร้อนปานกลาง  พอกระทะร้อนเติมน้ำมันพืชลงไปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไปผัดกับซีอิ๊วดำ ผัดจนเส้นสุกและเข้ากับซีอิ๊ว แล้วตักพักไว้

- ตั้งกระทะใหม่โดยใช้ไฟปานกลางเช่นกัน เติมเต้าเจี้ยวสับผสมกับกระเทียมที่เตรียมไว้ลงไปผัด ตามด้วยผักคะน้า และเนื้อหมู "แต่เคล็ดลับก็คือให้ผัดพอเนื้อสุกเท่านั้น" ก็ให้เทน้ำซุปลงไปประมาณ 2 ถ้วย จากนั้นเมื่อน้ำซุปเริ่มร้อนให้ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย น้ำปลา ตั้งไฟต่อให้เดือดค่ะ

 - เมื่อน้ำซุปเริ่มเดือดให้เติมแป้งข้าวโพด ซึ่งจะช่วยให้น้ำซุปนั้นข้น ระหว่างการเติมนั้นต้องคอยคนน้ำซุปอยู่ตลอด เมื่อเห็นว่าข้นเหนียวดีแล้วให้นำไปราดบนเส้นก๋วยเตี๋ยวที่เตรียมไว้ ยกเสิร์ฟได้ทันที

 *เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งก็คือในระหว่างเติมแป้งข้าวโพดนั้นอาจเกิดการเหนียวข้นมากจนเกินไปของน้ำซุป ดังนั้นแนะนำให้คนแป้งกับน้ำจนละลายเสียก่อนค่อยเทลงไปผสมในกระทะอีกที จะช่วยไม่ให้น้ำซุปเกิดความข้นเหนียวมากจนเกินไป เสร็จแล้วเราจะได้ทานราดหน้าร้อนๆ สูตรอร่อย กันได้เลยค่ะ


ยั่ว น้ำลาย

มิถุนายน 16, 2563
     ขึ้นชื่อว่า ส้มตำ ใครๆ ได้ทานก้อชอบกันทุกเพศทุกวัย สิ่งหลักที่ขาดไม่ได้ อย่างที่สุดคือ มะละกอ หรือบักหุ่ง (ในภาษาอิสาน) หากมองหาของอร่อยรสชาติ จัดจ้าน กลมกล่อมลงตัว แนะนำส้มตำ เป็นอะไรที่ใช่มากๆ อีกเมนูค่ะ มีมากมายหลายอย่างให้เลือก วันนี้นำมายั่ว น้ำลายกัน (มีบางส่วนเท่านั้น)







7 ข้อดี "ดื่มกาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล"

มิถุนายน 10, 2563

    ประโยชน์ของการดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลในตอนเช้าตอนท้องว่างวันละแก้วช่วยทำให้ความจำดีขึ้นมาก

ทราบหรือไม่ว่าการดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลมีประโยชน์เยอะมาก พอได้ดื่มแล้วจะทำให้ร่างกายสดชื่น กระปี้กระเปร่าพร้อมสำหรับการทำงานในเช้าวันใหม่นี้ด้วย นอกจากนั้นยังมีส่วนในการช่วยขยายหลอดเลือดและขับปัสสาวะได้ดีอีกด้วย ฉะนั้นก็ควรจะเลือกทานกาแฟที่มีคุณภาพด้วยนะ มาดูกันว่ากาแฟดี ๆ ดื่มกันอบย่างไร

ดื่มกาแฟวันละกี่แก้วถึงจะอยู่ในความพอดี  นั่นสินะ ซึ่งจำนวนนั้นไม่ได้มีผลตรงกับจำนวนคาเฟอีนในกาแฟนะ ซึ่งร่างกายควรได้รับคาเฟอีนเพียงวันละไม่เกิน 180 – 200 มิลลิกรัมเท่านั้นสมองจะได้ไม่โดนกระตุ้นมากเกินไป ถ้าได้รับเยอะไปจะทำให้ใจสั่น นอนไม่หลับ หงุดหงิด ปวดหัว และ ท้องเสีย ได้เหมือนกัน

ประโยชน์ของการดื่มกาแฟไม่ใส่น้ำตาลในตอนเช้า

1. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นอย่างดี พุงยุบน้ำหนักลด

กาแฟนั้นช่วยแยกจับไขมัน โดยเฉพาะคนที่ชอบทาน เนื้อและอะไรที่มันย่อยยาก ๆ กาแฟ 1 แก้วไร้น้ำตาลจะไปช่วยย่อยให้เร็วขึ้น ดื่มแล้วลดไขมันตกค้าง ทำให้น้ำหนักลดและไม่ลงพุงอีกด้วย

2. ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง
มีงานวิจัยหลายตัวยืนยันแล้วว่ากาแฟแบบไม่ใส่น้ำตาลนั้นช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ และโ รคอื่น ๆ ได้ แน่นอนคาเฟอีนเป็นตัวช่วยยับยั้งนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดโรคอื่น ๆ ได้เยอะเหมือนกัน รวมถึงเบาหวาน ด้วยนะ

3. ดื่มกาแฟตอนเช้าจะช่วยทำให้ความจำดีขึ้น
กาแฟทำให้สมองปลอดโปร่งเลยส่งผลให้ความจำดีขึ้น อารมณ์ก็จะดีขึ้นอีกด้วย มีจิตใจสงบ แต่จะต้องดื่มในปริมาณที่เหมาะสม

4. บำรุงร่างกายให้ไม่แก่เร็ว
พอลองเปรียบกับคนดื่มกาแฟเป็นประจำแบบไม่ใส่น้ำตาลกับคนที่ไม่ดื่ม ปรากฏว่าคนที่ดื่มสมรรถภาพทางร่างกายจะแข็งแรงกว่า เคลื่อนไหวดีกว่า ลุก นั่ง ยืน เดิน ได้คล่องตัวมากกว่า เนื่องจากคาเฟอีนเป็นตัวช่วยกระตุ้นนั่นเอง ทำให้มีแฮงฮึดขึ้นตั้งเยอะ

5. ดื่มกาแฟบำรุงผิวได้ดี
ต้องกาแฟไม่ใส่น้ำตาลเท่านั้นนะถึงจะดี จะทำให้ระบบไห ล เวียนเลือดทำงานปกติ ระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายทำงานดี ช่วยแก้ท้องผูกอีกด้วยทำให้ผิวดีมากขึ้น

6. ลดความเสี่ยงการเป็นนิ่ว
อีกหนึ่งโรคลดความเสี่ยงได้ด้วยกาแฟ ก็มีผลสำรวจพบว่า สตรี ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ 4 แก้ว/วัน นั้นลดโอกาสจะเป็น โรคนิ่ว ในถุงน้ำดีลงถึง 25 % เลยทีเดียว

7. ดื่มกาแฟแก้เครียด
หากเครียดการดื่มกาแฟจะช่วยได้เยอะเลย หรือเวลาเหนื่อย ๆ มาจิบกาแฟสักหน่อยทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาได้นั่นเอง โดยดื่มกาแฟ 2 – 3 แก้ว/วัน ลดความเครียดได้ 15 % เลย

การดื่มกาแฟที่ไม่ใส่น้ำตาลยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายอย่างเลยด้วย อย่างน้อยก็เอาเป็นว่าทานแบบไม่มีน้ำตาลดีกว่ามีน้ำตาล ใส่วิปครีมเยอะเลยนะ เพราะน้ำตาลจะยิ่งอ้วน ยิ่งเสียสุขภาพด้วยนะ ถ้าจะให้ดีฝึกดื่มกาแฟแบบไม่ใส่น้ำตาลจะดีกว่า

 

สามเกลอ - เครื่องเทศ คู่ครัว

มิถุนายน 10, 2563
มักจะได้ยินยายพูดคำนี้อยู่บ่อยๆ  "สามเกลอ"  คงจะมีบางคนที่ยังไม่รู้ว่มันมีอะไรบ้าง?
     สามเกลอ คือเครื่องเทศธรรมชาติ  ที่อยู่คู่ครัวไทยมาช้านาน  มีส่วนประกอบ 3 อย่างค่ะ


     1. กระเทียม - ช่วยดับกลิ่น
  ควรเลือกใช้กระเทียมกลีบเล็ก (กระเทียมไทย) จะมีกลิ่นหอม และเผ็ดกว่ากระเทียมจีนค่ะ  ก่อนนำไปโขลก ให้แกะเปลือกออกเล็กน้อยไม่ต้องแกะออกหมด
     2. รากผักชี  -  ช่วยดับกลิ่น และชูรสชาติ  ให้เลือกรากทขนาดกลาง ถ้าใหญ่มากเส้นใยจะเยอะ ถ้ารากเล็กไปจะไม่หอม  ผึ่งให้แห้ง ก่อนนำไปโขลก


    3. พริกไทย - ช่วยเพิ่มความหอม และเผ็ดร้อน ใช้ได้ทั้งพริกไทยดำ และขาว ให้ใช้เป็นพริกไทยเม็ดค่ะ จะให้ความหอมค่ะ
นำทุกอย่างไปโขลกรวมกันให้ละเอียดค่ะ "สามเกลอ" ก็พร้อมที่จะนำไปทำอาหารหลากหลายเมนู ตามที่เราต้องการแล้วค่ะ


ขับขี่ปลอดภัยในหน้าฝน (มี 3 เคล็ดลับมาบอก)

สิงหาคม 29, 2562
  
      ช่วงหน้าฝนขับรถไปไหนมาไหนต้องระมัดระวังกันให้มากๆ เลย ยิ่งถ้าต้องเจอกับน้ำท่วมขังแล้วเนี่ยคิดกันหนักเลย วันนี้เรามี 3 วิธี ง่ายๆ มาแนะนำกันค่ะ

1. ตรวจเช็คที่ปัดน้ำฝน และดอกยาง อันนี้สำคัญ และจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น รวมทั้ง
    การขับขี่ในขณะฝนตก ตรวจสอบว่าที่ปัดน้ำฝนใช้งานได้ดีหรือไม่ ดอกยางทั้ง 4  เส้น ยังสามารถ
    ยึดเกาะถนนได้ดีเพื่อป้องกันการเหินน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุ

2. ลดความเร็ว เพิ่มความระมัดระวังในขณะขับรถ เมื่อฝนตกจะมีคราบดินหรือฝุ่นละอองจะรวมตัวกันทำ
    ให้เกิดลักษณะคล้ายโคลน เป็นสาเหตุให้ผิวถนนลื่น โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง การขับรถด้วย
    เร็วฝ่าน้ำท่วมอาจก่อให้เกิดเสียหลักได้ง่าย

3. เว้นระยะห่างจากคันหน้า ขณะที่ฝนตกไม่ควรขับชิดกับรถคันหน้า เพราะพื้นถนนที่ลื่นต้องการระยะ
    ห่างในการหยุดรถที่มากขึ้น เมื่อหากเกิดเหตุฉุกเฉินข้างหน้า เราจะได้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที 
    เป็นการป้องกันการชนท้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

       ป้องกันไว้ก่อนภัยมาค่ะ ปลอดภัยไว้ก่อน ติดตาม ..สาระ1000เรื่อง...ได้ใหม่ค่ะ